วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

แนะนำนิยายน่าสนใจ : Hope song : บทเพลงแห่งการรอคอย

 




แนะนำนิยายน่าสนใจ : Hope song : บทเพลงแห่งการรอคอย

คำโปรย ความสัมพันธ์ที่มีในฐานะเพื่อนคนสนิทกลับจำต้องพังลงเพียงเพราะเสี้ยวอารมณ์หนึ่ง

นามปากกา persiA99 

#นิยายแฟนตาซี  #นิยายยูริ  #ยูริ   

ลิงค์อ่าน :

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODExNDYzMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyODY4MyI7fQ

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

แนะนำนิยายน่าสนใจเรื่อง : อย่าหวังจะรังแกฉันได้อีกคุณแม่ลูกอ่อนยุค80ขอสู้ตาย

 


แนะนำนิยายน่าสนใจเรื่อง : อย่าหวังจะรังแกฉันได้อีกคุณแม่ลูกอ่อนยุค80ขอสู้ตาย

ผู้เขียน #หยุ่นไฮ่

ลิงค์ : 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTA1NTkwMzkiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0MjgzMjkiO30 https://www.readawrite.com/a/6e7ad49dcd139a58d4ce4dd8e77eb136

#เกิดใหม่ #แก้แค้น #แม่ลูกอ่อน #เมียทหาร #นิยายจีนยุค80 #สู้ชีวิต

เนื้อเรื่อง :

ชาติก่อนถูกแม่ผัวกดขี่โขกสับจนต้องตายอย่างอนาถกลางกองหิมะ สวรรค์จึงให้โอกาสเธอกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งพร้อมมิติวิเศษในยุค 80! เสิ่นซีจะไม่ยอมเป็นสะใภ้หัวอ่อนให้ใครรังแกอีกต่อไป! สมบัติของสามีที่ถูกแม่เลี้ยงหน้าด้านขโมยไป เธอจะทวงคืน! ปลิงดูดเลือดที่คอยสูบกินครอบครัวเธอจะจับส่งลงนรก! มือซ้ายอุ้มลูกสาว มือขวาจูงสามีทหารมุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง ใช้ความรู้และน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์กว้านซื้อบ้านสี่ประสาน สร้างห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ชาตินี้ฉันจะรวยให้ล้นฟ้า และเตรียมตัวเป็นนายหญิงที่ทรงอำนาจที่สุด ใครก็อย่าหวังจะรังแกฉันได้อีก คุณแม่ลูกอ่อนยุค 80 ขอสู้ตาย



วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับปลาฉลามฟันเลื่อย

 

ถ้าใครเคยเห็นปลาที่มีหัวเป็นใบเลื่อยยาว ๆ ครั้งแรก มักจะเรียกรวมหมดว่า “ปลาฉนาก” แต่จริง ๆ แล้วมีอีกตัวหนึ่งที่คนชอบสับสนมาก นั่นก็คือ ฉลามฟันเลื่อย หรือ Sawshark ซึ่งบอกเลยว่าเป็นคนละสายกับปลาฉนากแบบชัดเจน

ฉลามฟันเลื่อยเป็น ฉลามแท้ ๆ อยู่ในกลุ่มเดียวกับฉลามทั่ว ๆ ไป เพียงแต่หน้าตามันโดดเด่นกว่าใคร เพราะส่วนหัวจะยื่นยาวออกมาเป็นแผ่นแบน มีฟันแหลมเรียงอยู่สองข้างเหมือนใบเลื่อยจริง ๆ ดูแล้วทั้งเท่ ทั้งแปลก จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลาฉนาก ซึ่งจริง ๆ แล้วปลาฉนากเป็นปลากระเบน ไม่ใช่ฉลามเลย

ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นความต่างชัดมาก ฉลามฟันเลื่อยมีเหงือกอยู่ด้านข้างลำตัวเหมือนฉลามทั่วไป และมีหนวดเล็ก ๆ คู่หนึ่งอยู่ตรงกลางใบเลื่อย จุดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญ เพราะปลาฉนากไม่มีหนวดเลย ขนาดตัวของฉลามฟันเลื่อยก็เล็กกว่ามาก ยาวแค่ประมาณเมตรกว่า ๆ ในขณะที่ปลาฉนากตัวโต ๆ ยาวได้เป็นหลายเมตร

อีกอย่างที่ต่างกันคือฟันบนใบเลื่อย ฟันของฉลามฟันเลื่อยจะมีทั้งยาวและสั้นสลับกัน และสามารถงอกใหม่ได้ถ้าหลุดหรือหัก แต่ของปลาฉนาก ฟันจะมีขนาดใกล้เคียงกันหมด และไม่งอกใหม่

ใบเลื่อยของฉลามฟันเลื่อยไม่ได้มีไว้โชว์เท่ ๆ อย่างเดียวนะ มันเป็นอาวุธและเครื่องมือสุดอัจฉริยะ เพราะเต็มไปด้วยตัวรับกระแสไฟฟ้า ช่วยให้มันตรวจจับเหยื่อที่ซ่อนอยู่ใต้ทรายได้ แม้ในที่มืดหรือในน้ำลึก พอรู้ตำแหน่งเหยื่อแล้ว มันจะใช้ใบเลื่อยแกว่งฟาดไปด้านข้าง ทำให้เหยื่อมึนงง ก่อนจะจัดการกินอย่างง่ายดาย

หนวดคู่เล็ก ๆ บนใบเลื่อยก็ช่วยเสริมการหาอาหาร ทำหน้าที่คล้ายอวัยวะรับสัมผัส คอยตรวจพื้นทรายไปเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าถูกออกแบบมาเพื่อการล่าในน้ำลึกโดยเฉพาะ

เรื่องการออกลูกก็น่าสนใจ ฉลามฟันเลื่อยออกลูกเป็นตัว ลูกฉลามจะฟักอยู่ในตัวแม่ เพื่อไม่ให้ฟันเลื่อยของลูกไปทำอันตรายแม่ตอนคลอด ฟันเหล่านั้นจะถูกหุ้มด้วยปลอกนุ่ม ๆ เอาไว้ก่อน แล้วจะหลุดออกไปเองหลังคลอดไม่นาน

ถึงหน้าตาจะดูดุ แต่จริง ๆ แล้วฉลามฟันเลื่อยเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างขี้อายและรักสงบ มักใช้ชีวิตเงียบ ๆ อยู่ตามพื้นทรายในทะเลลึก ตั้งแต่ระดับหลายสิบเมตรไปจนถึงหลายร้อยเมตร ทำให้เราแทบไม่มีโอกาสเจอตัวจริงในธรรมชาติ

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์รู้จักฉลามฟันเลื่อยอยู่ประมาณ 8–10 สายพันธุ์ บางชนิดหายากมาก เช่น ฉลามฟันเลื่อยญี่ปุ่น หรือชนิดที่มีถึงหกเหงือก ซึ่งยิ่งทำให้มันเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลลึกที่ทั้งลึกลับ แปลกตา และชวนให้หลงใหลสุด ๆ เลย 🦈🪚

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ร้านลูกปัด Cake_and_toon_DIY รับสั่งทำลูกปัดทั่วประเทศจ้า

 







ร้านลูกปัด ส่งทุกที่

กําไล ราคา 25 บาท

แหวน 10 บาท

ค่าส่งปลายทาง 25 บาท

สนใจติดต่อทางไอจี แอด ig: ice_zxq12



วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

The Circumzenithal Arc (CZA), often referred to as the “Smile in the Sky”,

 




The Circumzenithal Arc (CZA), often referred to as the “Smile in the Sky”, is one of the most spectacular natural light phenomena in the sky. Although it is relatively rare, whenever it appears, it captivates observers with its vivid colors and the characteristic “rainbow smile” high above. Among halo phenomena, the CZA stands out for its brightness and intensity, often surpassing other types of halos.

The CZA occurs when sunlight is refracted through horizontally oriented, plate-shaped ice crystals suspended in high-altitude clouds, such as Cirrus or Cirrostratus clouds. When these crystals are positioned just right, sunlight entering at a specific angle is bent upward, producing a colorful arc that curves overhead. From the ground, it appears like an “upside-down rainbow,” forming only about a quarter of a full circle rather than a complete arc.

Although it resembles a rainbow, the CZA differs fundamentally from a traditional rainbow, which forms when sunlight is reflected and refracted in water droplets after rainfall. In contrast, the CZA results from sunlight passing through ice crystals and is classified as a halo phenomenon. Typically, it appears in clear skies without rain, and its vivid colors are strikingly more intense than those of other halos.

The arc of a CZA is located on the same side as the sun but high above, near the zenith, requiring observers to tilt their heads upward to see it. Its color arrangement is also reversed compared to a rainbow: blue is on the inner edge (closer to the zenith), while red is on the outer edge (closer to the horizon).

Several precise conditions must be met for a CZA to appear:

  • The sun must be lower than 32 degrees above the horizon.

  • High-altitude clouds must contain an adequate number of plate-shaped ice crystals.

  • The crystals must be oriented horizontally and remain stable.

Because these conditions are rare, the CZA does not appear frequently, making each sighting a special and memorable event for sky watchers and nature enthusiasts.

In summary, the Circumzenithal Arc is a beautiful, simple phenomenon that showcases the wonder of natural physics. It is truly a “smile in the sky,” formed by the perfect alignment of sunlight, ice crystals, and atmospheric conditions.